เค้ก + ดอกไม้ อิ่ม อร่อย สดชื่น สบายใจ

17 กรกฎาคม 2558, 10:52 น.

34 0

“สำหรับดอกมะลิ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำบ้านเรา ถือเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมบริสุทธิ์ ช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้จิตใจสดชื่น อีกทั้งยังแก้อาการอ่อนเพลียได้ดีอีกด้วย เวลาเก็บดอกมะลิมาใช้งาน เราควรเก็บดอกตูมตอนเช้า ทิ้งไว้ให้บาน แล้วค่อยนำไปต้ม การเก็บ ก็ควรเก็บจากต้น เพราะจะได้ความสดใหม่นั่นเอง เมื่อดอกมะลิบานแล้ว ผมก็จะนำมันมาต้มด้วยปริมาณ 100 กรัม กับน้ำแร่ 100 กรัม และน้ำตาล 30 กรัม ต้มด้วยไฟร้อน 100 องศา เมื่อต้มจนน้ำเดือดแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วก็ปิดฝาบ่มไว้ ประมาณ 3-4 วัน แล้วค่อยกรองเอาดอกไม้ออกไป”

หลังจากนั้นเชฟโก้ถึงจะนำน้ำที่ต้มจากดอกมะลิมาใช้งาน โดยนำมาเป็นส่วนผสมของเค้กมะพร้าวดอกมะลิ โดยน้ำที่ต้มจากดอกมะลิมาผสมในครีม ถึงค่อยนำมาทำเป็นเค้ก “ปกติ เวลาผมทำครีม ผมจะใส่นมหรือกะทิ ผมก็เปลี่ยนมาเป็นน้ำที่ต้มจากดอกมะลิแทน ทำไมถึงไม่เอาดอกมะลิสดใส่เข้าไป หากเราเอาดอกไม้สดใส่เข้าไปโดยตรง กลิ่นมันจะเพี้ยนไปเลย เหมือนสมัยโบราณที่คนเอาดอกมะลิมาลอยบนน้ำ เวลาดื่มจะเกิดความหอม เวลาเอามาทำเป็นขนมเค้กก็ไม่ต่างกัน”

“พอเราต้มน้ำดอกลาเวนเดอร์ด้วยปริมาณและขั้นตอนการทำเหมือนดอกมะลิแล้ว ผมก็นำน้ำที่ต้มจากดอกลาเวนเดอร์มาทำเป็นเค้กดอกลาเวนเดอร์ โดยนำไปผสมกับราสพ์เบอร์รี่ เพื่อที่เวลาเราตักกินเข้าไป เราจะได้รับรสชาติของความเปรี้ยว สักพักเราก็จะได้รับรสของกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ ที่จะค่อยๆ ซึมเข้าไปในลิ้นและคอของเรานั่นเอง”

มาถึงดอกกุหลาบ ดอกไม้ที่เล่าขานกันว่า ถือกำเนิดมากว่า 70 ล้านปี (เคยมีการค้นพบฟอสซิลของดอกกุหลาบในสหรัฐ) อีกทั้งดอกกุหลาบยังถือเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญในด้านการเป็นสัญลักษณ์ การตกแต่ง ของขวัญ และความสุขทางใจ ทั้งในอารยธรรมตะวันออกและอารยธรรมตะวันตก (การนำดอกกุหลาบมาทำเป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ไวน์และยา ก็เกิดขึ้นในยุคสมัยของชาวโรมัน)

เชฟโก้ บอกเล่าว่า ถ้าคนไม่ชอบดอกกุหลาบ ก็จะไม่ชอบเลย เพราะกลิ่นมันฉุน แต่ถ้าชอบ ก็จะชอบไปเลย “วิธีทำน้ำดอกกุหลาบ ก็ใช้สูตรเดียวกันกับดอกมะลิและดอกลาเวนเดอร์นั่นเอง โดยนำน้ำที่ต้มจากดอกลาเวนเดอร์มาผสมกับเนื้อมูสช็อกโกแลต โดยไม่นำไปผสมกับเนื้อเค้ก เพื่อที่เวลากินเนื้อมูสที่อยู่ข้างในมันจะไหลออกมาคล้ายลาวา เวลาตักเข้าปาก เราจะได้รับรสชาติของดอกกุหลาบอย่างทั่วถึง รวมทั้งได้รับรสชาติทางกลิ่นอย่างมีความสุขอีกด้วย”

นอกจากนี้ เชฟโก้ยังได้มีเมนูเด็ดส่งท้าย นั่นคือ เค้กดอกส้ม โดยเชฟโก้ เผยว่า เขาจะเลือกใช้ดอกส้มที่กำลังผลิบาน (ดอกส้มก็คือดอกที่มันจะค่อยๆ กลายเป็นผลส้มในที่สุดนั่นเอง) “กลิ่นหอมของดอกส้มเป็นหนึ่งในกลิ่นยอดนิยมของโลกครับ แม้แต่ใบและกิ่งของมันก็ยังมีกลิ่นหอม เวลาเก็บดอกส้มมาต้ม เมื่อต้มแล้วสีของดอกส้มจะไม่ค่อยมี ผมก็จะใส่สีส้มเข้าไปหน่อย และเอาเปลือกส้มมาบีบละอองน้ำใส่เข้าไปหน่อย เพื่อให้มีกลิ่นหอมของดอกส้มมากขึ้น เพราะโดยปกติกลิ่นของดอกส้มจะมีน้อย ส่วนวิธีต้ม ก็ใช้สูตรเดียวกันกับดอกต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดครับ”

ที่มา: posttoday.com

ที่หน้าประเภท

Loading...