เท่ รวย ชีวิตดี มีซิกซ์แพ็ก

17 มีนาคม 2558, 3:10 น.

46 0

เท่ รวย ชีวิตดี มีซิกซ์แพ็ก

แต่หากมองกันในสังคมปัจจุบัน การอยากใช้ชีวิตให้เท่ ให้รวย มีชีวิตดี หุ่นล่ำมีซิกซ์แพ็ก หรืออีกนัยคือมีสุขภาพที่ดี ไม่ได้เป็นเพียงหัวโขน ที่นำมาสวมให้ดูมีชีวิตยกระดับทางสังคมเท่านั้น เพราะในความเป็นจริง “ผู้ชาย” ถ้ามีสิ่งเหล่านี้ได้ มันมีความหมายในชีวิตกับตัวเองได้มากกว่าไว้ให้คนอื่นมอง...

“ภาณุ บุรุษรัตนพันธ์ุ” ได้พูดถึงความเท่ ที่สะท้อนมาจากการแต่งกาย “ผมขอพูดเรื่องไม่เท่ดีกว่า จากความไม่เท่ น่าจะมองกลับทางกันเอง เพราะความเท่คือเรื่องของความไม่มี จุดเด่นไม่เกิดหรอก ถ้าไม่มีจุดด้อย จำได้ 2-3 เดือนแรกที่ทำงาน ผมไปงานไม่ยอมใส่เสื้อนอก มีความดื้ออยู่ในตัวอยู่ คิดว่าเราทำงานมันออกมาจากอินเนอร์ ไม่ใช่เอาเตอร์ คนต้องสนใจเราในเรื่องของจิตใจมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก แต่เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีหน้าที่ จะมาทำตัวกะโปโลอยู่ไม่ได้ ก็ค่อยๆ หาความรู้ คุยกับช่างตัดเสื้อ แบรนด์เสื้อผ้า แต่ผมอายุมากแล้วความตั้งใจวิ่งตามแฟชั่นจะไม่คึกคักเหมือนคนหนุ่มๆ แต่พยายามมองหาอะไรที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น คิดไปแบบนั้น หลังๆ พอแต่งตัว ทำตัวถูกต้อง ก็รู้สึกสนุก”

สมัยนี้ผู้ชายแต่งตัวเยอะขึ้น ไม่ว่าจะเด็กวัยรุ่น หรือคนวัยทำงาน ค่อนข้างหันมาให้ความสนใจเยอะเหมือนกัน ผมว่ามันสำคัญนะ ยิ่งคนทำงานไปแล้ว การแต่งตัวบอกถึงทัศนคติของการใช้ชีวิตได้ด้วย อย่างเด็กวัยรุ่น ทำงานในวงการบันเทิง การแต่งตัวบอกตัวตนว่าเขาชอบอะไร เป็นคนยังไง มีคาแรกเตอร์ยังไง”

ผมขอเล่าประสบการณ์ มีพี่ที่สนิททำธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอาง เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแต่งตัว ใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ สแล็กส์บ้าง แล้วเขาเริ่มอยากสนุกกับชีวิตมากขึ้น ก็มาถามเราว่าจะแต่งแบบไหน อยากได้ลุคที่เข้ากับตัวสินค้า สนุกไม่หลุดทางการเกินไป ผมก็แนะนำให้ใส่สูทแต่เสื้อข้างในมีลูกเล่น ให้ความสำคัญกับรองเท้า เติมแอกเซสซอรี่ให้สนุกขึ้น”

“คือถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ผมแนะนำให้ดูนิตยสารแฟชั่นเลยครับ เห็นเล่มไหนแล้วชอบ หยิบเล่มนั้นมาเลย มันจะบอกสไตล์คุณเอง มีเรียง สีแบบนี้ รูปนี้ มันจะค่อยๆ เริ่มบอกว่าคุณชอบอะไร แต่ไม่จำเป็นต้องใส่ตามเขาเป๊ะ ทุกวันนี้มีเสื้อผ้าให้เลือกเยอะจริงๆ ที่ไหนก็ได้ ที่เรามั่นใจ ใส่แล้วดูโอเค เพราะหลายๆ คนต้องใช้ลุคในการทำงาน ก็ค่อยๆ ขยับความกล้าของตัวเองมาทีละนิด แต่ถ้าคนไม่ชอบแต่งตัวจริงๆ แต่งแล้วไม่มีความสุขกับการแต่งตัว ขอให้แต่งถูกต้องตามกาลเทศะละกัน”

ผมมีความเชื่อในความเพียร ความพยายามมากกว่า ใครรวยได้ใน 7 วัน ผมไม่เชื่อในโชค เพราะโชคไม่สามารถคอนโทรลได้ โชคก็ปล่อยให้โชคมันวิ่งไป สิ่งที่เราทำได้ ถ้าเราอยากรวย เราต้องทำเอง เริ่มจากตัวเรา การออม การใช้ให้น้อยกว่าการหา เริ่มเก็บ เริ่มซื้อสินทรัพย์ที่จะมีมูลค่ามากขึ้น”

“ใช้เงินเดือนชนเดือน เจ็บป่วยทีก็รูดบัตรเครดิต อยากซื้อของ ไปเที่ยวก็รูดบัตร ไม่มีเงินสดจ่าย เกิดฉุกเฉินอะไรไม่มีเงินสำรอง เงินออมไม่มี เงินลงทุนไม่มี ผมว่าความรวยกับการออมเป็นของคู่กัน”

จิระศักดิ์ ให้มุมมองสู่เส้นทางรวยของคุณผู้ชายไว้อย่างน่าสนใจ “ผู้ชายมีเงินไว้ก็ดี เพราะเราเป็นผู้นำ เรามีเงินสำรองไว้ มันสร้างความมั่นใจให้ครอบครัวได้ หมดยุคสมัยพาคนรักไปกัดก้อนเกลือกินแล้ว อย่างผมนอกจากทำงานมีเงินเดือน ผมก็ซื้อกองทุนมาได้ 9 ปีแล้ว มีซื้อประกันชีวิตเก็บไว้เป็นเงินเก็บบั้นปลาย กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมหุ้น ผลตอบแทนที่ได้รับ ถ้าเราเทียบกับการเอาเงินไปฝากธนาคาร ผมทำได้ 12-13 เปอร์เซ็นต์/ปี ถ้าฝากธนาคารได้ 3 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่รวมเอาเงินซื้อลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลอีก 20 เปอร์เซ็นต์ คือ เมื่อเรามีรายได้ ทำให้เรามีความมั่นใจในการใช้ชีวิต เราไม่ต้องอยู่บนความเสี่ยง”

การลงทุนเป็นช่องทางใหม่ของคนรุ่นใหม่ แต่ต้องรู้ตัวเองก่อนว่า รับความเสี่ยงได้แค่ไหน อย่างในเว็บไซต์ www.wealthmagik.com มีแบบสอบถามความเสี่ยงในการลงทุน พอรู้จักความเสี่ยงของตัวเอง ต้องลงทุนอะไร หรือมายแพลนที่เราวางไว้ เงินจ่ายค่าบ้าน แต่งงาน การศึกษาลูก เก็บเดือนละหมื่นบาท มันพอจริงไหม ถ้าไม่พอต้องทำยังไง จะมีซัคเซสแพลนให้ ปรับเปลี่ยนให้ประสบความสำเร็จ แต่ต้องกรอกข้อมูลตามความจริง คนที่รับความเสี่ยงได้เยอะ ก็อาจจะรวยได้ไวกว่า แต่บอกได้ว่า ถ้าทุกคนรู้จักการลงทุน รู้จักความเสี่ยง เรื่องของการขาดทุนจะเป็นเรื่องที่เขาสามารถบริหารจัดการได้”

“ไตร ปราโมช” นักไตรกีฬา ที่หลงเสน่ห์ของการออกกำลังกาย มองว่าตอนนี้เทรนด์ของการออกกำลังกายกำลังมา “ผมคิดว่าโลกมันเปลี่ยนไปเยอะ คนมีอายุยืนขึ้น ต้องหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น แล้วตอนนี้คนที่อายุ 30-45 ก็หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น เมื่อก่อนคนไม่ค่อยสนใจสุขภาพ โดยเฉพาะคนเอเชีย ปีที่แล้วผมจัดงานไตรกีฬาที่ชะอำมีคนมา 400 คน แต่ปีนี้มี 800 คน”

การออกกำลังกายนอกจากให้ผลดีต่อสุขภาพแล้ว ไตร มองว่า การออกกำลังกายกำลังเป็นกระแสโซเชียล “เมื่อก่อนเราปั่นจักรยานคนเดียว วิ่งคนเดียว แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ทุกคนไปวิ่งกันเป็นกลุ่มถ่ายรูปลงอินสตาแกรม คนนี้เห็นเราต้องไปวิ่งบ้างแล้ว มันเป็นกระแสขึ้นมา ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่ดี การที่คนหันมาทำสิ่งเดียวกัน การออกกำลังกายแน่นอนว่าได้เรื่องสุขภาพ แต่มันมีผลดีอีกมาก ในเรื่องของการทำงาน การใช้ชีวิต ทำให้เรามีพลัง”

ขึ้นชื่อเป็นนักไตรกีฬาตัวยง ต้องมีซิกซ์แพ็กแน่นอน ไตรหัวเราะก่อนตอบว่า “เรื่องซิกซ์แพ็กเป็นผลพลอยได้ ผู้ชายไม่จำเป็นต้องมีซิกซ์แพ็ก แต่ถ้ามีก็ดี ขอแค่เรามีสุขภาพที่ดี มีรูปร่างที่ดี มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง หัวใจได้ออกกำลังกายก็พอแล้ว อย่างผมออกกำลังกายทุกวัน บางวันก็ว่ายน้ำ วิ่ง วันละชั่วโมงครึ่ง ถ้าวันหยุดก็เล่นทั้งสามอย่าง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน วิ่ง วันละ 2-3 ชั่วโมง”

“ผมอ่านเจอในนิตยสารเล่มหนึ่ง ชอบมาก คนที่อยากรวย จะใช้ชีวิตเหนือรายได้เฉลี่ยของตัวเอง คนอยากรวยจะใช้รถที่ดูให้ตัวเองเป็นคนรวย แต่คนรวย ไม่จำเป็นใช้รถอะไรก็ได้ ใช้ชีวิตไม่ได้สนใจแสดงสถานภาพของตัวเอง ผมว่าคนที่อยากรวย อยากเท่ อยากมีชีวิตดี คนพวกนี้ชีวิตมันแย่ ไม่ดี เพราะต้องดิ้นรนสารพัดเลย ผ่อนบ้านรถ ได้เงินมาก็ซื้อนั่นนี่ ชีวิตแบบนี้ไม่มีวันรวย คำถามคือว่า แล้วใครทำให้เกิดคนเหล่านี้ หรือคนเหล่านี้เกิดมาในสังคมแบบไหน คนทำแบบนั้นถูกปลูกฝังแบบไหน”

แค่ใช้จักรยานออกกำลังกายก็ดีแบบหนึ่ง อย่างผมใช้จักรยานเพื่อการเดินทางในเมือง เป็นส่วนทำให้ชีวิตของพวกเราดีขึ้นจริงๆ ผมขายรถทิ้ง 8 ปีที่แล้ว ใช้จักรยาน ผมมีสิทธิใช้พื้นที่บนถนนเท่ากับทุกคน เวลาขี่จักรยานคนจะกลัวถนนกรุงเทพฯ ผมเชื่อว่าคนขับรถคงไม่อยากทับหัวคนขี่จักรยานหรอก 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่คิดว่าคนขี่จักรยานมารุกล้ำถนน นี่ก็เป็นการแบ่งปัน สิ่งที่ทำให้ชีวิตคนดีขึ้น”

ที่มา: posttoday.com

ที่หน้าประเภท

Loading...