เปิดภารกิจบุญ “เอก รังสิโรจน์” พระเอกเก็บศพหมา

17 กันยายน 2557, 16:15 น.

26 0

เปิดภารกิจบุญ “เอก รังสิโรจน์” พระเอกเก็บศพหมา

“ผมทำตรงนี้มา 4-5 ปีได้แล้ว เริ่มจากว่าผมเป็นคนขับรถบ่อย แล้ววันนึงไปเห็นแม่ลูกคู่นึง เขาจอดรถลงไปช่วยกันลากศพหมาที่โดนรถชนอยู่กลางถนนไปไว้ข้างทางทั้งที่ตอนนั้นก็มีรถวิ่งไปมาตลอด ทั้งต้องคอยหลบรถทั้งต้องรีบดึงศพหมาตัวนั้นออกจากกลางถนน แต่สิ่งที่ผมเห็นก็คือพอทั้ง 2 คนช่วยหมาได้แล้วพวกเขายิ้มดีใจดูมีความสุขกันมากที่ได้ช่วย ตอนนั้นทำให้ผมรู้สึกประทับใจเป็นภาพที่ผมก็ไม่เคยเห็นมาก่อน เราก็มองย้อนตัวเองว่าเราก็ทำได้นะ ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมว่าจริงๆ แล้วการจะทำดีไม่จำเป็นต้องรอทำเรื่องใหญ่ๆ เพราะไม่แน่นบางทีก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ทำ หลังจากนั้นเวลาเจอหมาโดนรถชนผมก็ช่วยมาตลอดก็ทำเรื่อยมา”

“ผมเดินทางบ่อยก็จะเจอประจำ ที่เก็บมาสภาพศพส่วนมากก็มีทุกรูปแบบ มีที่ไส้เละเครื่องในเละออกมาเลยก็มี ผมใช้ถุงก็อบแก็ปหรือไม่ก็ถุงมือลากไปไว้ข้างทาง ความรู้สึกขยะแขยงก็อาจจะมีจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงไม่ใช่เพราะสภาพบางตัวเละมาก แต่เรื่องที่เราอยากทำ เรื่องที่เราอยากทำบุญ อยากทำดีมันเรื่องใหญ่กว่า ซึ่งมันก็บดบังความน่ากลัวน่าขยะแยงตรงนั้น ผมไม่ได้ขุดหลุมฝังเพราะพื้นที่ข้างถนนเราคงจะไปขุดเจาะไม่ได้ก็เลยทำได้เท่านี้ จะเอาไปฝังที่อื่นก็ไม่ได้จริงๆ เพราะบางตัวอยู่ในสภาพที่เละมาก เราก็ทำได้เท่าที่เราทำได้ พอลากไปไว้ข้างทางผมจะสวดแผ่เมตตาให้ทุกตัว ขอให้เขาไปสู่ภพภูมิที่ดี”

“จริงๆ ตอนแรกที่ผมทำก็ไม่ใช่ว่าเพราะอยากได้บุญเป็นที่ตั้งอะไรขนาดนั้นนะครับ แต่ผมนึกถึงอกเขาอกเรา เพราะหมาที่โดนรถชนตายถ้าไม่มีใครลากศพเขาออกมาเขาก็จะโดนรถทับไปทับมา เหยียบซ้ำแล้วซ้ำอีก เราก็มานึกว่าถ้าวิญญาณหมาตัวนั้นมีจริงเขาคงมองตัวเองโดนรถทับไปทับมา ซึ่งผมว่าเขาก็คงรู้สึกแย่นะ เขาก็มีชีวิตมีความรู้สึกเหมือนคนเรานี่แหละ”

“จริงๆ ไม่ใช่แค่หมานะ เต่าผมก็ช่วย เวลาผมขับรถไปต่างจังหวัดก็จะเจอประจำ เต่าชอบเดินข้ามถนนซึ่งเขาเดินช้าอยู่แล้ว บ่อยเหมือนกันที่ผมจะจอดรถแล้วโบกขอให้รถหยุดเพื่อขอทางแล้วอุ้มเขาไปส่งไว้ข้างทางไม่งั้นรถเหยียบแน่ๆ มีอยู่ครั้งนึงเจอเต่าเดินข้ามถนนตอนตี 2 ผมก็จอดรถเพื่อลงไปเดินดูว่ามีแถวนั้นมีแอ่งน้ำรึเปล่า และเดินไปถามป้อมตำรวจที่อยู่แถวนั้นเพราะถ้ามีจะเอาเขาไปปล่อย ถึงเขาจะเป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยเราก็สงสารกลัวรถเหยียบเขา อย่างเป็ดก็เจอบ่อยบางทีเดินมากับลูกเป็นฝูงเลย เราขับผ่านเห็นเขาเดินอยู่ตรงคันกั้นถนน เราก็กลัวตายห่าถ้ารถเหยียบจะทำยังไง ผมขับผ่านไปแล้วนะแต่มันไม่สบายใจก็วนรถกลับมาดูให้แน่ใจว่าเขาเดินลงข้างทางปลอดภัยแล้วผมถึงจะขับรถไป”

“บางทีมันก็เหมือนเป็นปาฏิหาริย์เหมือนกันนะ เพราะมักจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับผมตลอด อย่างเรื่องแคล้วคลาด หรือเวลามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับผมก็มักจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นคู่ขนานกันไป ผมจะไม่โชคร้ายซะทีเดียว แต่มันก็คงจะประกอบกับหลายๆ อย่าง คงไม่ใช่แค่เราช่วยหมาอย่างเดียวแต่เราไม่มีคุณธรรมข้ออื่นเลยก็คงไม่ใช่ อย่างที่บอกผมเดินทางเยอะ บางทีรถหวิดดับกลางทาง หรือหลับในบ้าง บางทีมอเตอร์ไซค์ตัดหน้าเกือบชนเราในหลายครั้ง แม้กระทั่งเรื่องงานที่มีแต่บวกขึ้นๆ ถ้าวัดระหว่างสิ่งดีๆ กับอุปสรรค ผมมีสิ่งดีๆ เข้ามามากกว่าที่จะเจออุปสรรค มันทำให้ผมมั่นใจว่าสิ่งที่เราดำเนินชีวิตมามันเกื้อหนุนเรา”

“เป็นการทำดีที่ง่ายมาก เป็นการทำดีที่เราไม่ได้เสียทรัพย์สิน เพราะผมทำงานในวงการบันเทิงการจะตื่นเช้าไปใส่บาตรมันเป็นเรื่องยากสำหรับผมเพราะนอนและตื่นไม่เป็นเวลา แต่การช่วยชีวิตหรือเก็บศพเขามันก็เป็นกุศลอย่างหนึ่งให้เรา การทำดีไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็ทำให้เรามีความสุขได้ มันเป็นการขัดเกลาจิตใจเราอย่างหนึ่ง ฝึกให้เราคิดถึงคนอื่น นอกเหนือจากนั้นผมก็มาคิดๆ ว่าบางทีสิ่งที่เราทำอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นทำ เหมือนที่ผมได้แรงบันดาลใจจาก 2 แม่ลูกคู่นั้นก็ได้นะ ก็เท่ากับเป็นการช่วยกันทำดีต่อๆ กันไป”

“ตอนนี้ผมจะซื้ออาหารหมาไปบริจาคให้สำนักสงฆ์สัจจะธรรม ที่ลพบุรี ที่นั่นน่าจะมีหมา 50-60 ตัวหรือมากกว่านั้น แต่ตอนนี้เจ้าอาวาสวัดมรณภาพไปแล้ว ตอนนี้มีพระแค่รูปเดียว ญาติโยมก็เลยไม่ค่อยมาทำบุญ นานๆ จะมีคนเอาโครงไก่เอาข้าวมาให้ซึ่งก็ไม่เพียงพอเพราะหมาเยอะมาก ผมก็เลยตั้งใจไว้ว่าจะไปเป็นประจำ ไปทีก็จะซื้ออาหารไปให้หลายๆ กระสอบ ซึ่งตอนแรกผมได้ไปที่วัดนี้เพราะเพื่อนพาไปเจิมรถ พอไปอีกครั้งเจ้าอาวาสท่านก็อาพาธแล้ว ตอนนั้นไม่รู้ว่าท่านป่วยหนัก วันนั้นผมเอาข้าวสารไปถวาย 1 กระสอบ ท่านก็ดีใจที่เราดูแลสรรพสัตว์ของท่าน ผมก็บอกว่าหลังจากนี้จะมาดูแลให้เรื่อยๆ เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำได้ พอผมไปเพื่อนๆ นักแสดงก็สมทบเงินซื้ออาหารมาให้ด้วยก็จะซื้อไปให้ทีละหลายๆ กระสอบ ก็ตั้งใจจะทำไปเรื่อยๆ”

ที่มา: manager.co.th

ที่หน้าประเภท

Loading...