เยอรมนี สร้างคน เพื่ออนาคตของชาติ

27 มิถุนายน 2558, 2:47 น.

36 0

ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน ทุกๆ ประเทศต่างตระหนักดีว่า ทรัพยากรธรรมชาติที่เขามีอยู่ นับวันก็ยิ่งจะร่อยหรอไป และนั่นหมายถึงว่า ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจจะคงอยู่ได้อีกไม่นาน แต่สิ่งที่จะสร้างโอกาสของความมั่งคั่งและมั่นคงได้อย่างยั่งยืน แม้ทรัพยากรธรรมชาติจะหมดไป นั่นก็คือ “ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ”

นอกจากวิธีคิดในการดำเนินชีวิตแล้ว ระบบการศึกษาของเยอรมนีนี่แหละที่สร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจ นั้นก็เป็นเพราะว่า เยอรมนีจะเน้นการสร้างคนให้ตรงกับงาน เขาก็เลยแทบจะไม่มีคนตกงาน ซึ่งอันนี้ต้องบอกว่าเป็นตรรกะสุดคลาสสิกที่ทุกประเทศรู้ดี และทุกประเทศอยากทำให้เกิดขึ้นจริง แต่หลายประเทศก็ยังไม่สามารถทำได้ เพราะอุปสรรคใหญ่คือเรื่อง “ค่านิยมแห่งปริญญา”

การศึกษาของเยอรมนีแตกต่างจากระบบของไทยอย่างสิ้นเชิง ซึ่งประเด็นนี้เราได้ความเห็นเพิ่มเติมจากทูตนงนุช เพ็ชรรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ท่านถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟังว่า “คือระบบการศึกษาของเขาเนี่ย เด็กจะไม่ได้เรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว อาจมีกิจกรรม อาจมีภาคปฏิบัตินอกห้องเรียน ส่วนระดับอนุบาล เขาก็ไม่ได้บังคับว่าเด็กจะต้องเร่งเข้าโรงเรียน ทุกคนสามารถเริ่มที่เกรด 1 ได้ ถ้ามีความพร้อม เขาไม่ได้อัดให้เด็กเรียนตั้งแต่ยังเล็ก แต่ว่าจะเน้นให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี เพื่อที่จะมีความพร้อม ที่จะเข้าสู่การเรียนในชั้นประถมได้ ถ้าเป็นโรงเรียนเยอรมันทั่วๆ ไป เกรด 1 ถึง เกรด 6 ของเขาเนี่ย เด็กจะเลิกเรียนตอนบ่ายสองนะคะ ซึ่งนั่นจะทำให้เด็กมีเวลาไปเล่นกีฬา ไปทำกิจกรรมโน่นนี่ ซึ่งเป็นการเสริมพัฒนาการให้กับเด็ก”

ทูตนงนุชฯ ได้เสริมในประเด็นนี้ว่า “ระบบการศึกษาของเยอรมนี นอกจากจะสร้างคนให้ตรงงานแล้ว ยังมีความยืดหยุ่นค่อนข้างมาก คือเขาจะมองถึงข้อเท็จจริงนะคะ ว่าถ้าเด็กที่เรียนดี เรียนเก่ง ชอบเนื้อหาวิชาการ ก็จะถูกส่งเสริมให้ไปอยู่ในโรงเรียนสายสามัญ ส่วนไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบวิชาการ แต่ชอบลงมือปฏิบัติ ก็จะให้เข้าโรงเรียนสายอาชีวศึกษา พอเขาแยกเด็กได้แบบนี้ปุ๊บ เด็กก็จะเห็น Career Path ของตัวเองชัดเจน สายสามัญก็จะเรียนเพื่อจะเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าสายอาชีวะเด็กก็จะรู้แล้วว่า โอเคนะ อีก 3 ปีคุณทำงานนะ!!!

แต่อย่างไรก็ตาม ในระหว่าง 2 สายเนี่ยเด็กยังสลับกันได้อยู่ ถ้าเด็กจากโรงเรียนสายสามัญเนี่ย อยากจะมาทำงานเลยในสายวิชาชีพ ก็ไปสมัครได้ตอนจบเกรด 10 บริษัทก็จะรับเข้าทำงานและฝึกงานเพิ่มเติมให้ ในขณะเดียวกัน เด็กที่เรียนสายอาชีวะ ถ้าเรียนไปแล้ว ก่อนถึงเกรด 10 เนี่ย มีคะแนนดี อยากขอเปลี่ยนมาอยู่สายสามัญ เพื่อจะเข้ามหาวิทยาลัย ก็ทำได้เช่นเดียวกัน”

ตรงจุดนี้คงต้องอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมว่า เด็กๆ เขาจะมีทางเลือกอะไรได้บ้าง ในช่วงอายุ 10-12 ปี (ซึ่งก็แล้วแต่ระบบของแต่ละรัฐ) ช่วงนี้เด็กจะเข้าสู่ระดับมัธยมศึกษา ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกเส้นทางชีวิต เด็กบางคนอยากเรียนรู้เนื้อหาวิชาการในสายสามัญก็จะไปเข้าโรงเรียนที่เรียกว่า Gymnasium (กึมนาเซี่ยม) หรืออยากสนุกกับวิชาที่เน้นปฏิบัติ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเรียนสายเทคนิค ก็ไปเข้าโรงเรียนที่เรียกว่า Hauptschule (ฮ๊อบชูเล่อ) หรือจะเป็นโรงเรียนที่เตรียมความพร้อมสู่สายอาชีพที่ไม่เน้นเทคนิคมาก ซึ่งเรียกว่า Realschule (รีอัลชูเล่อ) แต่อย่างไรก็ตาม ก็จะมีบางโรงเรียนที่รวมทั้งสามอย่างนี้เข้าไว้ด้วยกัน ภาษาเยอรมัน เขาเรียกโรงเรียนแบบนี้ว่า Gesamtschule (เกซั๊มชูเล่อ)

ที่มา: posttoday.com

ที่หน้าประเภท

Loading...