“แซมมี่” คิดถึงพ่อ แต่ขอปลดปล่อยพันธนาการ จะไม่เรียกหาให้วิญญาณมีห่วงอีกต่อไป

2 ธันวาคม 2561, 16:57 น.

5 0

“แซมมี่” คิดถึงพ่อ แต่ขอปลดปล่อยพันธนาการ จะไม่เรียกหาให้วิญญาณมีห่วงอีกต่อไป

เผยแพร่: 2 ธ.ค. 2561 23:57 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“แซมมี่” เศร้าสูญเสียพ่อ เผยพี่สาวสัมผัสได้ว่ายังวนเวียนอยู่ในบ้าน สุดคิดถึงแต่ต้องปล่อย จะไม่ขอเรียกหาให้วิญญาณเป็นห่วง เผยตอนนี้เป็นเสาหลักของบ้านเต็มตัว .

“ก็ถือเป็นปีที่หนักค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องงานที่ถ่ายละครหนักอยู่ รวมไปถึงครอบครัวที่คุณพ่อก็เพิ่งเสียไป แต่ก็มองให้เป็นเรื่องดีว่าปีนี้เราได้ใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่จริงๆ เราก็ต้องดูแลคนที่ยังอยู่ให้ดีที่สุด เรื่องคุณพ่อเองเราทำใจกันมาสักพักแล้วก่อนที่ท่านจะไปจริงๆ เราก็บริหารกันว่า เราจะวางแผนกันยังไง ดูแลจัดการเวลาที่จะอยู่กับเขายังไงให้ได้มากที่สุดซึ่งก็เป็นไปตามที่คิดไว้”

“คุณพ่อเสียไปได้เดือนกว่าแล้วแต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าเขายังวนเวียนอยู่ในบ้าน พี่สาวจะมีสัมผัสอะไรพวกนี้ บางคนก็มีเจอ แต่คุณพ่อไม่ได้มาหาเราโดยตรงจะมาหาคนรอบๆ ตัวเรา เราก็รู้สึกเคว้งๆ บ้างเป็นเรื่องปกติแหละ .

“คือแต่ก่อนที่เราจะออกจากบ้านไปทำงาน พอขึ้นรถพ่อเขาจะมายืนอยู่หน้ารั้วบ้านยืนโบกมือให้จนรถเราพ้นซอยไปทุกวัน พอเขาไม่รู้แล้วเราก็จะบอกป๊าไปแล้วนะ ป๊าบ๊ายบายนะ หรือกลับมาบ้านก็จะมาแล้วนะป๊า ถ้าเกิดว่าเขายังอยู่ก็บอกให้เขารับรู้ แต่เราก็อยากให้เขาไปอยู่ในภพภูมิที่ดี หลังๆ ก็เริ่มห่างๆ ถ้ารู้สึกก็จะคิดถึงในใจ ไม่อยากจะรั้งเขาไว้ให้เขาเป็นห่วงเรา” .

“หน้าที่ตำแหน่งนี้เราทำมาได้สักพักหนึ่งแล้ว ตลอดการทำงานตั้งแต่เข้าวงการมาพ่อก็เกษียณแล้ว แม่ก็เป็นแม่บ้านมาตั้งแต่แรก เราก็ถือว่าทำหน้าที่นี้มาโดยตลอด แต่แค่ตอนนี้มีคนที่หายไปหนึ่งคนเราก็ต้องสู้ ต้องอดทนให้มากกว่าเดิมในเรื่องของงานหรืออะไรก็ตาม ตัวเราไม่เท่าไหร่แต่เราอยากให้กำลังใจแม่มากกว่า เขาอยู่กับพ่อตลอดแล้วตอนนี้เขาก็อยู่คนเดียว เขาน่าจะเคว้งมาก ก็เลยอยากให้กำลังใจแม่ ไปไหนเราก็ไปด้วยกันตลอด ไปเที่ยวไปทำงานหรืออะไรก็ตามแต่จะสลับกับพี่สาวไม่ทิ้งให้แม่อยู้คนเดียว”

“อยู่กับเขาจนวาระที่เขาหมดลมหายใจไปเลย พ่ออาการหนักๆ 3 สัปดาห์ ก่อนหน้านี้เขายังเดิน ยังทำอะไรได้เองทุกอย่าง จนเขามาทรุดเรื่อยๆ ก็คุยกับหมอถึงแนวทางการรักษามาเรื่อยๆ ที่บ้านเราคิดตรงกันว่า เราต้องการให้พ่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในช่วงสุดท้ายของชีวิตเขา ไม่ต้องการให้เขาเจ็บหรือทรมานอะไร เราไม่ให้เขาใส่ท่อช่วยหายใจท่อให้อาหาร คือพ่อไม่กินอาหารมาเป็นเดือนๆ ต้องให้พวกของเหลว พวกอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย พอมันนานเกินไปมันก็ขาดสารอาหาร เขาก็เลยถามว่าจะให้ใส่ท่อให้อาหารไหม เราก็ไม่ให้ทำอะไรเลย ยิ่ง 3 - 4 วันสุดท้ายเขาไม่พูดเลย เขากลัวชุดขาว กลัวพยาบาล กลัวหมอเจาะเลือดเขา เคยเห็นเขากรีดร้องเวลาที่หมอมาเจาะเลือด ทรมานทั้งเขาทั้งเรา เขาทำมืออยากให้เราอุ้มเขาออกไปจากตรงนั้น พาเขากลับบ้าน มันเป็นภาพที่สะเทือนใจลูกอย่างเรามาก” .

“เราก็ได้ดูแลเขาอย่างเต็มที่ แต่ถ้าคิดอีกมุมหนึ่งก็รู้สึกว่า เราสามารถทำได้ดีมากกว่านี้นะ แต่ด้วยกำลังเราทุกคนก็บอกว่าเราทำดีที่สุดแล้ว เราก็ไม่รู้สึกว่าเสียดายหรือมาโทษตัวเองว่า มันทำให้ดีกว่านี้ได้ เราจะไม่มองอะไรไปแง่ลบ เพราะเรื่องที่เจอมันก็ลบอยู่แล้ว ไม่อยากจะกดดันตัวเอง พ่อสัมผัสได้แหละว่า เราทุกข์ที่สุด แต่เราก็ต้องสร้างพลังดีๆเพื่อคอยอยู่เป็นกำลังใจให้คนที่ยังอยู่ให้เขาได้พลังดีๆ จากเรา”

ที่มา: mgronline.com

ที่หน้าประเภท

Loading...