ใจแกร่ง! “แม่ชีศันสนีย์” ยิ้มสู้โรค เผยอาการล่าสุด หลังตรวจพบมะเร็งกระเพาะลามเต็มช่องท้อง!

29 พฤศจิกายน 2560, 12:21 น.

3 0

ใจแกร่ง! “แม่ชีศันสนีย์” ยิ้มสู้โรค เผยอาการล่าสุด หลังตรวจพบมะเร็งกระเพาะลามเต็มช่องท้อง!

เผยแพร่: 29 พ.ย. 2560 19:21:00 ปรับปรุง: 29 พ.ย. 2560 19:31:00 โดย: MGR Online

“แม่ชีศันสนีย์” ยิ้มสู้ ยอมรับไม่กลัวมะเร็ง เผยเลือกรักษาด้วยธรรมชาติบำบัด ยันไม่ทำคีโม บอกภายใน 5 เดือนก้อนเนื้อร้ายฝ่อจาก 10 เหลือ 1 เซนฯ ไม่เชื่อมะเร็งเป็นโรคเวรกรรม จดบันทึกทุกอย่างเตรียมเผยแพร่ผ่านหนังสือ ขอตายอย่างมีคุณค่า .

เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เริ่มจากเกิดภาวะปวดท้องหนัก และมีอาการตัวเหลือง จึงเดินทางไปพบทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราช และเข้าสู่กระบวนการรักษาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ควบคู่ไปกับการดูแลตัวเองตามแนวธรรมชาติบำบัด รวมทั้งการทำสมาธิภาวนา .

ไม่คิดว่าจะให้ความสนใจเรื่องคุณแม่ขนาดนี้ แม่ป่วยเป็นมะเร็งค่ะ ทราบการป่วยจากอาการทางกายที่ส่งสัญญาณให้เราต้องฟังมันมากขึ้น มีอาการเจ็บลิ้นปี่ รู้สึกได้ตอนช่วงสงกรานต์เดือนเม.ย. ที่ผ่านมา เจ็บอย่างต่อเนื่องมา 1 เดือน .

ก็เลยแวะตรวจที่รพ.ศิริราช ซึ่งเป็นกรรมดีของคุณแม่นะ พอถึงคิวแม่ หมอก็อยู่ตรงนั้นพอดีเลย หลายคนพูดว่ามะเร็งเป็นโรคของกรรมเก่า แม่ว่าไม่จริง มะเร็งเป็นเรื่องของพฤติกรรมของเรา พอเราสังเกตว่ามีพฤติกรรมแปลกไปในร่างกายของเรา เราก็ต้องให้ความอ่อนโยน เมื่อวานนี้คุณแม่กลับจากศิริราช .

มะเร็งสำหรับแม่เป็นอะไรที่น่ารัก เป็นบุญคุณ ตอนที่เห็นผลตรวจครั้งแรก มันก็มีก้อนเนื้อใหญ่ เป็นก้อนมะเร็ง 2 ก้อน 10 เซนฯ กว่าๆ ทั้งสองก้อน อยู่ในกระเพาะ คือมันเป็นแผลในกระเพาะ เลือดออกในกระเพาะ เพราะมันมีแผลอยู่ มันก็เลยปลิ้นออกไปนอกกระเพาะ .

ซึ่งคุณแม่รักษาด้วย 3 อย่างใหญ่ๆ หนึ่งคือแม่เป็นคนไข้ที่ดีของคุณหมอ หมอให้ทำอะไรก็ทำในฐานะของผู้ป่วย .

ก็จะบอกกับทุกคนว่า เวลานี้เป็นเวลาที่ต้องเมตตาตัวเอง แล้วคุณแม่ก็กลับมาทำธรรมชาติบำบัด ซึ่งเสถียรธรรมสถานทำอยู่ เราช่วยคนในการทำธรรมชาติบำบัดมา 10 กว่าปีแล้ว .

โดยการใช้การภาวนากับลมหายใจ ตั้งแต่ 2 ทุ่ม พอครบ 2 ชั่วโมงในเวลา 4 ทุ่ม ก็พยายามหลับ จะตื่นมาอีกทีตอนตี 1 หรือ ตี 2 การภาวนาอันนี้ แม่คิดว่าคนป่วยทุกคน ควรทำการนี้ อย่าจะแบ่งปันในการแถลงข่าวครั้งนี้ว่า อย่ากลัวมะเร็ง มะเร็งเป็นเหมือนกุศล ให้เราเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราได้ มะเร็งไม่ใช่เรื่องความตาย แต่การกลัวมะเร็งมันตายทั้งเป็น .

“จากนั้นเมื่อวานแม่ไปฟังผลแสกนผลก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ คุณแม่บอกว่าส่วนที่งอกออกไปมันฟ่อจนแทบมองไม่เห็น ไม่มีการกระจายไปในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ฉะนั้นสิ่งนี้มันจะทำให้เรารู้สึกได้ว่ามันเป็นประโยชน์ คุณหมอบอกว่าดีใจมากที่ร่างกายแม่ตอบสนองต่อการรักษา ตอบสนองต่อการเยียวยา คุณหมอใช้คำว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ระหว่างเรื่องของวิทยาศาสตร์ กับเรื่องของจิตที่ฝึกไว้”

ในฐานะของผู้เยียวยา อยากให้กำลังใจผู้ป่วยว่าอย่ากลัว ความไม่กลัวเป็นเรื่องแรกที่แม่มี และความอาจหาญที่จะเรียนรู้กับสิ่งที่เป็น ตอนแรกคุณหมอพูดเลยว่าเราผ่าตัดไม่ได้ แต่คงเป็นกรรมดีที่ยาที่คุณหมอให้ไปรักษาได้ถูกจุด แต่มันอาจจะมีภาวะของร่างกายที่มีความผะอืดผะอมบ้าง .

นอนแบบติดเตียงอาทิตย์เดียว เพราะคนดูแลขอร้องว่าให้หยุด นอกนั้นแม่ทำงานตามปกติ บางทีไม่มีแรง แต่พอมาพูดธรรมะแล้วไม่รู้แรงมันมาจากไหน .

“คุณแม่จดบันทึก การถ่ายทอดองค์ความรู้ เป็นเรื่องที่แม่จะทำทันที ตอนนี้คุณแม่เริ่มเก็บบันทึกการพูดคุยกับร่างกาย การพูดคุยกับคุณหมอ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ จะทำออกมาเป็นหนังสือค่ะ กำลังทำออกมาให้เร็วที่สุด ถ้าเป็นต้นปีหน้าหน้าได้ ก็ขึ้นอยู่กับคณะทำงาน อะไรที่สื่อสารกับคนได้จะทำ คิดว่าวันนี้คนที่เป็นมะเร็งน่าจะได้กำลังใจ”

คุณแม่ซื้อที่ตรงนี้ในปี 2529 ในปี 2559 มันครบ 30 ปี แม่ก็คิดว่าถ้าเราจะทิ้งอะไรไว้ให้กับสังคม เราน่าจะทำงานอะไรให้มันเหมาะกับเรา .

“วันที่ 1-10 ธ.ค. จะมีการให้ความรู้ในเรื่องที่ป่วย สำหรับคนที่ป่วยแล้ว คนที่ยังไม่ป่วย คนที่อยากรักษาสุขภาพ เป็นเทศกาล อยู่อย่างมีความหมาย ตายอย่างมีคุณค่า เราตั้งใจจะทำถวายอุทิศเป็นพระราชกุศลต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ครบ 90 พรรษา”

“คุณแม่ไม่ถามคุณหมอเลย แต่ที่จริงอาการแบบนี้คงระยะที่ 3 - 4 แล้ว เพราะมันกระจายแล้ว แต่คุณแม่ไม่ถาม เรื่องอาการตอนนี้คุณหมอบอกว่ายังมีความจำเป็นที่จะต้องตามอาการดูเพื่อที่จะให้เซลล์มะเร็งมันทำงานขึ้นมาอีก แต่คุณแม่ก็ปรารถนาที่จะไม่ให้มันยืดเยื้อนะ .

ยังอ่าน: จากใจ “มารีญา” ประกาศรณรงค์การท้องก่อนวัย เตรียมพบ “ประยุทธ” เผยมีหลายอย่างอยากจะพูดด้วย

ที่มา: mgronline.com

ที่หน้าประเภท

Loading...