"ใบเตย" ท้าเลิก "ดีเจ.แมน" เหตุสนมอเตอร์ไซด์มากกว่า

24 กันยายน 2557, 11:48 น.

27 0

"ใบเตย" ท้าเลิก "ดีเจ.แมน" เหตุสนมอเตอร์ไซด์มากกว่า

"ใบเตย" น้อยใจ ดีเจ.แมน สนรถมอเตอร์ไซด์มากกว่าตน เมินคนมองแต่งตัวไม่ให้เกียรติงานแต่ง "พิ้งกี้" ยันไม่ได้เกาเหลา "ปุ๊กลุ๊ก" "ใบเตย" น้อยใจ ดีเจ.แมน สนรถมอเตอร์ไซด์มากกว่าตน เมินคนมองแต่งตัวไม่ให้เกียรติงานแต่ง "พิ้งกี้" ยันไม่ได้เกาเหลา "ปุ๊กลุ๊ก" แจงเหตุแท็กซี่ฮ่องกงไม่รับ เปล่าโวยวาย

ใบเตย เผยว่า "ความรักกับพี่แมนยังหวานดี แต่ที่ห่างกันเป็นเพราะการทำงาน ตอนนี้พี่แมนรับงานละครเยอะขึ้น ทำให้ไม่ค่อยได้เจอกัน ต่างจากปีแรก ๆ ที่เจอกันทุกวัน ก็มีทะเลาะกันบ้าง เนื่องจากตอนนี้พี่แมนมีกิจกรรมคือการขี่มอเตอร์ไซด์ ทำให้หนูน้อยใจเหมือนเขารักมันมากกว่าหนู หนูก็ต้องปรับให้ชอบในสิ่งที่พี่เขาชอบ ซึ่งมันเป็นเรื่องยาก ถ้าจะบอกว่าหนูเอาแต่ใจก็มีส่วน และ ณ วันนี้ก็ยังเอาแต่ใจอยู่ มันก็เป็นเพราะเรามีเขาคนเดียว เราซื่อสัตย์จริงใจ มันเป็นสิ่งที่คนรักคนหนึ่งจะทำได้ ถ้าเห็นเขาสำคัญที่สุดก็น่าจะเป็นสิ่งที่เขาดีใจ แต่จริงๆก็ไม่มีอะไร แค่เขามีกิจกรรมมากขึ้น จากที่แต่ก่อนเขาไปเที่ยวกับเราได้ทุกที มันเป็นเหมือนสิ่งที่เราขาด เราก็ต้องบอกให้เขารู้เพราะไม่อย่างงั้นเขาจะกลายเป็นเหมือนคนเห่ออะไรใหม่ๆ แล้วถลำลึกเข้าไปจนลืมเรา ซึ่งเขาก็รู้ตัวดีและได้ขอโทษเราแล้วด้วยของขวัญชิ้นพิเศษ"

"ส่วนที่บอกว่าที่ทะเลาะกัน เพราะชวนไปงานแต่งพี่พิ้งกี้แล้วเขาไม่ยอมไป เพราะเขาไปแข่งรถ เอาจริง ๆ เขาไม่อยากลางานในส่วนของการเป็นดีเจในตอนเช้า อันนี้เข้าใจ แต่เรื่องมีกิจกรรมแข่งรถแซมมาเขาไม่กล้าบอก ไม่ไป เราไม่ว่าหรอก แต่มีอะไรขอให้บอก ไม่ว่าเราจะรู้สึกยังไง มันดีกว่าให้เรามารู้ทีหลัง ก็อยากจะให้เขาแบ่งเวลา ไม่ถึงกับไม่ไว้ใจ หนูมองว่ามันเป็นกิจกรรมที่ชีวิตที่ผ่านมา มันเป็นสิ่งที่เขารักมากก็ต้องเข้าใจเขา บางทีความรักมันก็เอาเหตุผลไม่ได้ มันต้องอยู่ด้วยความรัก ความเข้าใจจริง ๆ แต่ก็กลัวเหมือนกันว่าเขาจะให้ความสนใจกับมันมากจนลืมเราไปเลย เพราะแก๊งค์เขาแต่ละคนใช้ได้เลยนะ สายดาร์กหมด แต่เขาก็โทรรายงานเราตลอดนะ เรารับรู้เราเข้าใจ แต่ที่ผ่านมามันเป็นสิ่งที่เราได้รับมาตลอดแล้ววันหนึ่งเหมือนโดนแย่ง งงว่าทำไมเขาถึงรักรถได้ขนาดนั้น ก็ถามเขาว่ารถทำให้พี่มีความสุขมากไหม รักมากกว่าหนูหรือเปล่า หรือรถทำให้ป๊าแฮปปี้มากกว่าการอยู่กับหนูหรอ พูดไปด้วยความน้อยใจ ก็เข้าใจว่ามันเป็นช่วงเห่อของเขา สุดท้ายเขาก็จะกลับมาเอง มีบ้างที่บางครั้งเราพูดไปด้วยความโมโหประมาณว่าเลิกกันไหม แต่ก็รู้ว่าทำไม่ได้ เราก็ยังรักกันอยู่"

"หนูว่าชุดนั้นเรียบร้อยสุดแล้วนะ เราไปในนามของคนไทย มันเป็นชุดที่เราเลือกเอง ก็ยาวอยู่นะ เราไปร่วมงานช่วงที่เจ้าบ่าวเขาจะเปลี่ยนมาเป็นศาสนาอิสลาม หนูชินแล้วที่มีคนจับผิด นี่น้อยลงแล้วนะ อย่าจับผิดเลย บางทีมันเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือไม่ใช่ความจริงเลย"

สำหรับเรื่องปุ๊กลุ๊กที่คนจับไปโยงเกาเหลากัน และไปป๊ะหน้ากันในงานพิ้งกี้ด้วย ใบเตย เปิดเผยว่า "ในงานเห็นกันแว๊บ ๆ เพราะงานเขาจัดเป็นเขาวงกต มีแค่เดินเฉี่ยว ๆ กัน แล้ววันนั้นน้องเขากลับเร็วมาก แต่ก็ไม่ได้มีอะไร ไม่เกี่ยวกับว่าหนูสนิทกับแตงโม-ภัทรธิดา แล้วเขาพาลไม่เอา หนูเชื่อว่าในเรื่องงานทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ แยกแยะได้ ในงานเราไม่มีโอกาสได้ทักทายกัน เห็นกันแบบไกล ๆ เพราะมันมีจุดถ่ายรูปเยอะ ยืนยันว่าไม่ได้เกาเหลา น้องเจอเราตามงานก็ยังยกมือไหว้เรา ให้ความเคารพเรา เจอกันร่วมงานกันได้ตามปกติ"

"ทริปฮ่องกง มีวงบลูเบอร์ลี่ รวมถึงกระแต อาร์สยาม และผู้โชคดีทางบ้านไปด้วย มันเป็นทริปทำบุญไปวัดหมดเลยทั้ง 3 วัน ส่วนที่แท็กซี่ไม่ยอมรับเรา เพราะเขาไม่อยากได้ลูกค้าที่ไปใกล้ ๆ อยากได้ลูกค้าที่ไปไกล ๆ คือแหล่งช็อปปิ้งที่เราไปเที่ยวกันมันอยู่ใกล้โรงแรมมาก เขาก็อยากได้เงินเยอะ ๆ สุดท้ายก็มีพลเมืองดีเขาเรียกแท็กซี่กลับบ้านซึ่งอยู่ไกลมาก แล้วมันผ่านโรงแรมเขาก็ให้เรากลับด้วย ไม่เกี่ยวกับว่าหนูแต่งตัวไม่เหมาะสม เพราะเขาไม่ใช่แค่ไม่รับหนู แต่เขาไม่รับทุกคนที่ไประยะทางใกล้ แล้วหนูก็ไม่ได้ไปโวยวายเสียงดังที่ล็อบปี้โรงแรม เพราะไม่พอใจเรื่องนี้ น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดมากกว่า ยืนยันว่าไม่ได้ทำตัวไม่เหมาะสมอะไรเลยค่ะ"

ที่มา: dailynews.co.th

ที่หน้าประเภท

Loading...