THAI FIGHT ดิ้น! หวั่นช่อง 3 จอดำ เล็งดึง “อาร์เอส” ร่วมหุ้น เชื่อไม่ผิดใจ “ประวิทย์”

26 กันยายน 2557, 10:15 น.

26 0

THAI FIGHT ดิ้น! หวั่นช่อง 3 จอดำ เล็งดึง “อาร์เอส” ร่วมหุ้น เชื่อไม่ผิดใจ “ประวิทย์”

“ถามว่ามาถึงวันนี้ประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง จริงๆ แล้วผมถือเป็นก้าวแรกนะ เพราะถ้าเราคิดว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว เราจะคิดอะไรไม่ออก ก็ยังถือว่าเป็นก้าวแรกของ THAI FIGHT แต่เรียกว่ามันไม่คิดไม่ฝันว่าจะมาถึงขนาดนี้ ได้เรตติ้งอันดับหนึ่งของช่อง 3 ทุกสื่อ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเราไปเวียดนาม คนไปดูประมาณ 2-3 หมื่นคน รู้สึกดีมากๆ เลยครับ เพราะเวียดนามไม่ใช่เป็นเมืองของมวยไทย เวียดนามไม่มีนักมวยไทย ไม่เหมือนกับเขมรหรือพม่า แล้วเขาอยากให้เราจัดปีหนึ่งประมาณ 3 ไฟว์เลยนะ เราก็รู้สึกดีว่าเราเปิดตลาดเออีซีได้”

“จริงๆ ผมเรียนตรงๆ เลยว่าผมอยากให้เห็นว่ามวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติ เพื่อที่จะบอกนานาชาติว่าคนไทยรักกัน มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งยิ่งใหญ่ เรารักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คนไทยรักสามัคคีกัน กีฬามวยไทยจะบ่งบอกถึงความสามัคคี ถึงความปรองดองในชาติ นื่คือสิ่งที่เราจะทำ เราอยากจะบอกต่างชาติว่าจริงๆ แล้วมันเป็นวิกฤติของชาติที่ผ่านมา แต่ตอนนี้เราอยากจะบอกเลยว่าเรามีรัฐบาลที่ดี เรามีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เรามีกีฬามวยไทยที่เชื่อมความสัมพันธ์ได้ อยากบอกว่าคนไทยปรองดองกัน คนไทยสามัคคีกัน”

“ตอนนี้ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนทุกชาติก็ให้การตอบรับ ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีขนาดนี้ มีประมาณ 40 ประเทศติดต่อเรามา ไม่ว่าจะเป็นยุโรป รัสเซีย อเมริกาเยอะแยะไปหมดเลยครับ แต่ว่าเราต้องการบุกเออีซีก่อน เพราะปีหน้าเราก็จะเปิดความสัมพันธ์เออีซีแล้ว ก็เลยอยากจะเปิดตรงนี้ก่อนครับ”

“โปรเจ็กต์ต่อไปผมอยากจะมี MISS THAI FIGHT นะ (หัวเราะ) มีแน่นอน เราจะไม่ใช่เหมือนกับมิสไทยแลนด์ เวิลด์ ซึ่งประกวดแล้วเราไม่ใช่เป็นศูนย์กลาง คือพอชนะเราก็ต้องไปประเทศอื่น แต่ MISS THAI FIGHT นี่คือทุกประเทศต้องมาประกวดกับเรา จะเป็นผู้หญิงแนวใหม่ เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างฟิต แอนด์ เฟิร์ม ที่สำคัญสาวๆ ก็ต้องมีเรียนมวยไทยด้วยครับ คือไม่ใช่ผู้หญิงที่บิวตี้อย่างเดียว สวยงาม รักธรรมชาติอย่างเดียว ตอนนี้โปรโมเตอร์ทุกคนตอบรับหมดแล้ว และคิดว่าเราน่าจะให้รางวัลหลักหลายล้านนะครับ (ยิ้ม) เพราะเราอยากจะสร้างคนรุ่นใหม่ และสร้างสิ่งต่างๆ ให้กับประเทศไทย สร้างคอนเทนต์ที่ทุกประเทศต้องมารวมอยู่ที่เมืองไทยครับ คิดว่าน่าจะเริ่มได้เกือบๆ ไตรมาศแรกของปีหน้าครับ”

ในส่วนของ THAI FIGHT CAFE’ จะเป็นร้านอาหาร มีหลายประเทศติดต่อเรามาแล้วครับ ในส่วนของเออีซีมีทั้งหมดแล้ว มีฝั่งยุโรป มีอเมริกาด้วย ซึ่งถ้าเปิดก็น่าจะมีประมาณ 40-50 สาขา เรามองเรื่องมวยไทย อาหารไทย คิดว่าปลายปีนี้น่าจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ และเรายังจะเปิดตัวเครื่องดื่มที่เป็น Energy Drink ด้วย ร่วมกับโอสถสภา จะเริ่มเดือนมีนาคมปีหน้า ตอนนี้ อย. ผ่านหมดแล้วครับ เป็นเครื่องดื่มชูกำลัง เหมือนกับเรดบูล เหมือนกับคาราบาวแดงน่ะครับ คือเราอยากจะเปิดตลาด ตอนนี้โปรเจ็กต์เราเยอะมากจริงๆ ครับ (ยิ้ม)”

“ในส่วนของผู้สนับสนุน ช่อง 3 คุณประวิทย์ มาลีนนท์ก็ยังเป็นหุ้นส่วนกับเราครับ มีคุณหนุ่ม ฐาปน สิริวัฒนภักดี ของไทยเบฟฯ แล้วก็จะมีท่านอื่นอีก ในส่วนของเฮียฮ้อถือว่าเป็นพี่เลยนะครับ แต่ตอนนี้อาจจะมี Conflicts กับช่อง 3 จะเรียนว่าเฮียฮ้อไม่ได้มีอะไรเลย เฮียฮ้อเป็นคนน่ารัก เป็นคนดี อาจจะมีอะไรที่มันไม่เข้าใจกัน แต่ผมว่าไม่มีปัญหาหรอกครับ เฮียฮ้อกับคุณประวิทย์รักกัน เป็นพี่น้องกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีมากๆ ครับ”

“ต่อไปในอนาคตอาร์เอสอาจจะเข้ามามีบทบาทนะ แต่ว่าก็ยังไม่แน่ เพราะว่าต้นปี 59 เราจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แน่นอน ตอนนี้เรากำลังจัดโครงสร้างอยู่ อาจจะมีอาร์เอสเข้ามาร่วมกับเราก็ได้ครับ เราพูดคุยกันแล้วครับ เพราะจริงๆ แล้วผมกับเฮียฮ้อเป็นหุ้นส่วนกันมาตลอดเวลาเลย แต่เผอิญโปรเจ็กต์นี้ (THAI FIGHT) เราไม่ได้มาร่วมกัน แต่คิดว่าในอนาคตอาจจะมีแนวทางที่ได้มาร่วมกันก็ได้ครับ”

“ยืนยันครับช่อง 3 กับอาร์เอสไม่มีปัญหากันครับ เรียนตรงๆ ว่าเฮียฮ้อเป็นพี่ชายที่น่ารัก และคุณประวิทย์เป็นคนที่ผมเรียกนายคนเดียว เพราะฉะนั้นก็เหมือนนายกับพี่น่ะ ไม่มีทะเลาะกันหรอกครับ แต่ว่าอาจจะมีอะไรไม่เข้าใจกันบ้างนิดหน่อย คือมันไม่ใช่ตัวเจ้าของกับเจ้าของ อาจจะเป็นระดับคนทำงานอาจจะไม่เข้าใจกัน แต่ว่าระดับบริหารผมกล้าบอกเลยว่าเราทานข้าวด้วยกัน เราอยู่ด้วยกัน เราเป็นพี่น้องกันจริงๆ ครับ”

“ส่วนเรื่องจอดำของช่อง 3 ผมขอเรียนว่าผมอยู่ในฐานะคนทำงานของช่อง 3 ผมก็ค่อนข้างจะเชื่อในตัวผู้บริหารของเรา จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องของทางกฎหมาย แต่เรามีหน้าที่ทำงาน มีหน้าที่สร้างคอนเทนต์ เราก็พยายามทำคอนเทนต์ของเราให้ดี เรามีนาย เราต้องเชื่อถือในนายเรา ช่อง 3 จะมีนโยบายอะไรเราก็ต้องทำตามในฐานะที่เราเป็นลูกจ้าง เพราะจริงๆ แล้วผมอยู่ช่อง 3 มา 30 ปี เราก็ต้องพยายามอยู่กับช่อง 3 เราก็ต้องเชื่อมั่นในผู้บริหาร อะไรก็แล้วแต่ที่มันจะเกิดขึ้นมาเราก็ต้องยอมรับ และเผอิญผมไม่ใช่ผู้บริหารช่อง 3 ถ้าเป็นก็คงจะตอบอะไรได้ แต่เราก็เชื่อใจในนายของเราเท่านั้นเองครับ”

“แต่ก็เป็นห่วงนะถ้าเรามีแมทซ์ต่อไปแล้วเกิดจอดำไปแล้ว ผมไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นเลย ผมอยากให้กสทช. กับช่อง 3 ให้เข้ากันได้จริงๆ เราเป็นคนไทยด้วยกัน ตอนนี้เรามีสถานการณ์ที่มันมากมายกับสิ่งเหล่านี้ เราต้องดูแลชาติ เราต้องพยายามเผยแพร่ชาติ ให้สังคมโลกรู้ว่าประเทศไทยดีอย่างโน้นอย่างนี้ เราไม่อยากให้มีปัญหากัน ผมว่าจริงๆ มันเป็นส่วนเล็กนะ ส่วนใหญ่คือจะทำยังไงให้ชาติก้าวเดินต่อไป อะไรนิดอะไรหน่อยผมว่ามาคุยกัน มาหาทางออกกันดีกว่า”

“ไฟว์ต่อไปของเราจะเป็นวันที่ 25 ตุลาคมนี้ครับ จัดที่เดอะมอลล์ บางกะปิ เป็น THAI FIGHT 2 BE NUMBER 1 เราทำให้กับทูลกระหม่อมครับ ถือว่าเป็นเกียรติมากครับ แต่ถ้าเกิดจอดำจริงๆ เรามีปัญหาแน่นอน คนดูอาจจะน้อยลงหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เราเป็นคนทำงานเราก็ต้องพยายามดิ้นรนทำงานต่อไป เราก็ต้องหาทางโปรโมตของเรา หาทางสร้างงานของเราต่อไป เราก็ต้องยอมรับกฎกติกา ต้องยอมรับคนส่วนใหญ่ ต้องยอมรับว่าเขาคิดยังไง ยังไงเราก็ต้องตามคนส่วนใหญ่ครับ เราก็ต้องหาช่องทางอื่น เพราะจริงๆ เราก็มีพันธมิตรไม่ว่าจะเป็นทรู เป็นของเฮียฮ้อ หรืออะไรก็แล้วแต่ คือเรามีพันธมิตรหลายช่อง เราก็ต้องหาทางสื่อให้มันออกไปให้ได้ครับ”

ที่มา: manager.co.th

ที่หน้าประเภท

Loading...