Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

Rent Connected ครบที่เดียวเรื่อง 'รถเช่า'

17 มกราคม 2561, 2:05 น.
41 0

"ภายปีแรกคือปีนี้ขอยอดบุ๊คกิ้ง 4 พัน ราว 8 บุ๊คกิ้งต่อวัน แต่ในปีที่สามจะขยับเป็น 100 บุ๊คกิ้งต่อวันมีรายได้ 100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างคอนเซอร์เวทีฟ"

โมเดลธุรกิจของเราง่าย คนเข้าใจง่าย สัมผัสได้ง่าย โปรดักส์เราก็ดูดีไม่ขี้เหร่ ประเทศไทยก็เป็นเรื่องท่องเที่ยว มีตลาดแน่นอน และเขาก็ดูว่าฟาวเดอร์ทุ่มเทแค่ไหน มาทำเต็มตัวไหม มีวิสัยทัศน์ นิสัย บุคลิกเป็นอย่างไร" .

"โดยปกติแล้วคนทั่วไปมักมักไม่ค่อยได้เช่ารถกันบ่อย ๆ แต่ละปีอาจเช่ารถกันแค่ 2-3 ครั้ง พอ ๆกับการจองโรงแรม ส่วนใหญ่เวลาจะเช่ารถคนก็มักหารายชื่อจากกูเกิล เช่ารถภูเก็ต เช่ารถเชียงใหม่ เช่ารถอุดร เช่ารถกรุงเทพ ปัญหาก็คือ ประเทศไทยไม่มีเว็บหรือแอพเปรียบเทียบรถเช่า เรามองคอนเซ็ปต์ของอโกด้าที่เขาเปรียบเทียบราคาโรงแรม ไม่ต้องนับของสายการบินที่มีเต็มไปหมด แต่รถเช่าไม่มีเลย ผมเลยเห็นโอกาสและตัดสินใจออกจากงานมาทำ" .

"แต่ผมก็เอาท์ซอร์สงานบางอย่าง งานดีไซน์ให้คนไต้หวันทำ คนเขียนเอนดรอยให้คนจีนทำ และให้คนไทยพัฒนาเว็บไซต์และไอโอเอส มันต้องเป็นคนละคนเลย แต่ละอย่างมีความเฉพาะทาง และให้โคฟาวเดอร์ที่เก่งไอทีดูแล"

"เรายังให้ลูกค้าใส่โน๊ตเพิ่มเติมได้ด้วย เช่นอยากให้ไปส่งโรงแรมที่ไหนก็ใส่ได้หมด ทั้งเลือกสถานที่ในการคืนรถได้ด้วย จะรับรถที่เชียงใหม่แต่คืนที่กรุงเทพก็เลือกได้หมดเลย ที่เราทำได้เพราะบริษัทรถเช่าในเครือข่ายของเรามีทั้งเจ้าใหญ่และเจ้าเล็ก ลูกค้าจึงไม่ต้องเข้าทีละเว็บต้องเสียเวลา เข้าแอพหรือเว็บที่เดียวก็รู้เลย ทั้งราคายังถูกกว่าการไปจองในเว็บหรือแอพของบริษัทเช่ารถแต่ละเจ้าด้วย ก็เหมือนกับจองผ่านอโกด้าที่จะได้ราคาถูกกว่าไปจองตรง ๆกับทางโรงแรม"

ผมจะฟังเสียงลูกค้าเป็นหลัก เพราะสุดท้ายมันคืองานบริการ เวลานี้เราได้ลูกค้าบริษัทมาเยอะ และมีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพอเขาได้ใช้แล้วมันง่าย ทั้งยังมีใบเสนอราคา มีใบเสร็จ หัก ณที่จ่าย ทั้งหมดอยู่ในระบบ" .

"ในส่วนออฟไลน์ผมเลือกจะไปออกงานไทยเที่ยวไทยซึ่งปีนี้จะมีทั้งหมด 5 งาน ผมอาจไม่เหมือนสตาร์ทอัพรายอื่นเพราะสามารถไปออกงานแบบนี้ได้เลย ไปโปรโมทและไปให้ลูกค้าจองรถได้ภายในงาน จองสด ๆตรงนั้นได้เลย จริง ๆเขาจองที่บ้านก็ได้ แต่จองในงานเราก็ได้อธิบาย เพราะสุดท้ายธุรกิจของเรามันอยู่ที่ความน่าเชื่อถือ ทำอย่างไรจะให้คนกล้าใช้ กล้าจ่ายเงิน"

เราจำเป็นต้องทำให้คนจำเราได้ รู้จักเรา คนถึงจะกล้าใช้ และเมื่อผมเริ่มไปออกงานอย่างไทยเที่ยวไทย ก็ทำให้คนรู้จักมากขึ้น มีออร์เดอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ คือยิ่งไปออกงานมาก ออร์เดอร์ก็ยิ่งมากตาม .

การโฆษณาออนไลน์มันวัดได้ แต่ออฟไลน์มันวัดยาก ถามว่าเราโฆษณาบิลบอร์ดแล้วคนมองเห็นเท่าไหร่ ไม่รู้เลย ขณะที่ออนไลน์เรายังได้รู้ว่าคนจะเห็นเรากี่คน .

"ประเทศที่สนใจก็คืออินโดนีเซีย เพราะประชากรเขามีเยอะด้วย 250 ล้านคน ซึ่งก็ต้องมีทีมงานที่พร้อม ซึ่งก็ต้องไปมองหาจับมือกับพันธมิตร ซึ่งเวลานี้ยังไม่ได้คุยกับใคร แต่นักลงทุนของเราบอกว่าเขาจะช่วยพาเราไป แต่อยากให้เราทำตลาดประเทศไทยให้แข็งเสียก่อน" .

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0